วันอาทิตย์ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2555

นิทานเรื่อง มดกับตัวดักแด้

นิทานเรื่อง มดกับดักแด้
          ในคืนของวันหนึ่งที่ลมมรสุมลูกใหญ่พัดกระหน่ำลงมาตลอดทั้งคืนในป่าลึก มันเป็นสิ่งที่โหดร้ายอย่างมากเลยทีเดียว และกว่าลมมรสุมลูกนั้นจะพัดผ่านพ้นไปก็เป็นเวลาเช้าพอดี พระอาทิตย์แย้มหน้าออกมาส่องแสงให้ความสว่างไสวไปทั่วทั้งป่า และที่นั้นได้มีมดตัวหนึ่ง ค่อยๆ โผล่หัวของมันออกมาจากใต้ใบไม้แห้งที่วางปิดอยู่บนปากหลุมใต้ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง เมื่อคืนมันได้ใช้ เป็นที่หลบลมพายุลูกร้ายลูกนั้นอยู่ตลอดทั้งคืน
          
          "โอ้ย...สุดแสนที่จะน่ากลัวและโหดร้ายเหลือเกิน..." เมื่อมันโผล่หัวของมันออกมาได้ ก็บ่นงึมงำด้วยความโมโห แล้วในขณะนั้นมันได้มองไปเห็นสิ่งหนึ่งเข้า เจ้าสิ่งนั้นเคลื่อนไหว ไป - มา อย่างยากลำบาก มันกระดืบตัวออกมาจากใต้ใบไม้แห้งที่ตกอยู่ เจ้ามดไม่เคยเห็นสิ่งนั้นมาก่อน มันให้เป็นนึกรับเกียจ และความรู้สึกไม่ค่อยจะดีสักเท่าไรในความน่าเกลียดของเจ้าสิ่งที่ มือก็ไม่มีขาก็ไม่มี จะเคลื่อนไหว แต่ละทีนั้นก็แสนจะลำบากน่ารำคาญออกอย่างนั้น...ทำไมเจ้าถึงเป็นแมลง ตะกูลที่น่าเกลียดที่สุดในโลกอย่างนี้ด้วยเล่า ??..
          สิ่งที่มันนึกรังเกลียดตัวนั้นคือตัว "ดักแด้" ที่กำลังรอคอยเวลาที่จะลอกคราบอยู่ในอีกไม่ช้าไม่นานแต่ ด้วยเพราะลมพายุเมื่อคืน มันได้โดนพัดสลัดให้ตกลงมาสู่พื้นดินด้านล่างอย่างโชคร้าย
          "ขอโทษ ทีเถอะท่าน ที่เราเป็นสาเหตุ..ทำให้ท่านมีความรุ้สึกไม่ได้เมื่อเห็นสาระรูปอันน่าเกลียดของเรา เราเป็นดักแด้หรือตัวอ่อนของแมลง ชนิดหนึ่ง มือก็ไม่มี ขาก็ไม่มี จึงเดินไม่ได้เหมือนอย่างท่าน...ขอโทษที" แต่เมื่อเจ้ามดได้ฟังดังนั้นกลับทำหน้าเบ้ แล้วพูดว่า "เป็นแมลงเหมือนอย่างข้าด้วย...แย่มากๆ แมลงอย่างเจ้า เกิดมามีกรรม น่าเกรียจ เป็นแมลงจะต้องมีขา แล้วต้องเดินได้ปีนต้นไม่ได้ เหมือนอย่างข้านี่สิ ! ถึงจะเรียกว่าแมลง ไม่เสียชาติ เกิด...ช่างเป็นเรื่องที่น่าอายเสียเหลือเกินถ้าจะให้ข้านับถือเจ้าว่าเป็นพวกพ้อง แมลงเผ่นพันธุ์ เดียวกันกับข้า ฮึ !!! เสียความรู้สึกเป็นที่สุด" เจ้ามดพูดว่าและดูถูกตัวดักแก้ตัวนั้นให้เสียใจเป็นอย่างมาก...แล้วมันก็เดินหนีหายจากไป จากที่ตรงนั้นทันที่...
          เมื่อเวลาได้ผ่านไปของวันหนึ่ง หลังจากที่ฝนได้ตกลงมาอย่างหนัก พื้นดินทั่วป่าก็บรรดาลให้เกิดโคลน เป็นตมไปทั่วทุกที่ทุกทาง ในขณะที่เจ้ามดตัวเดิมกำลังเดินลุยโคลนอยู่ด้วยความยากลำบาก มันกว่าจะก้าวขาออกไปแต่ละก้าวนั้นแสนยาก เพราะโคลนเหลวๆ ที่เกาะอยู่ตามแข้งตามขาของมันคอยยึดลำตัวเอาไว้ จนติดเหนียวแน่เดินได้ลำบากและน่ารำคาญ มันได้บ่นขึ้นด้วยเสียงอันดังว่า "โอ้ย...!! โคลน เหลวๆ ทั้งนั้นเลย เดินได้ลำบากจริงๆ" มันคิดว่าตัวมันช่างโชคร้าย เพราะด้วยมันนั้นไม่มีปีก จึงบินหนีไม่ได้นั่นเอง...แล้วในขณะนั้นอยู่ๆ ก็มีเสียงๆ หนึ่งดังขึ้นมา จากด้านบนเหนือหัวของมันว่า "แมลงที่มีขา อย่างเดียว ไม่มีปีกบินไปไหนมาไหนหนีภัยไม่ได้อย่างเจ้า ก็จำเป็นจะต้องได้รับกรรมจำต้องเดินด้วย ความลำบากในที่ๆ เป็นโคลนเป็นตมอยู่อย่างนั้น ช่างน่าอายเสียเหลือเกิน...เกิดมาเป็น แมลงมีแต่ขาอย่างเดียว อย่างเจ้านี่ เสียชื่อเผ่าพันธุ์นะ เจ้ามดเอ๋ย...ช่างน่าอายเสียเหลือเกินถ้าจะให้ข้านับเจ้าว่า เป็นแมลงเผ่าพันธุ์พวกพ้องเดียวกันกับ ข้า...ช่างน่าอายและน่าขำเสียจริงๆ ฮิฮิ
          เจ้ามดเงยหน้าขึ้นมองตามเสียงที่มันได้ยินทันที...แล้วมันก็ได้เห็นว่ามีผีเสื้อที่สวยงามมาก ตัวหนึ่งกำลังกะพือปีกที่กว้างใหญ่และสวยงามเหมือน โอ้อวดเยาะเย้ย มันพูดว่า "อันนั้นมันเป็นเรื่องของข้า ก็ข้าเกิดมาไม่มีปีกเหมือนเจ้านี่ก็จำเป็นที่จะต้องมาเดินลุยโคลนลุมตมอยู่อย่างนี้ แล้วทำไม ? เจ้าจึงมาว่าดูถูกข้าให้เสียใจและจนเสียหายไปหมดอย่างนั้นด้วยเล่า ??" ผีเสื้อตัวงามจึงตอบออกมาแบบเหยียดหยามว่า เจ้ามดจอมปากเสียเอ้ย ข้าคือตัวดักแก้ที่แกเคยพูดดูถูกเหยียดหยามเอาไว้ ในครั้งหนึ่งให้ต้องเสียใจและช้ำใจ...เจ้าพอจะนึกออกไหม ? ล่ะ ตอนนี้ข้าได้ลอกคราบออกมาแล้วเป็นผีเสื้อมีปีกที่สวยงามและสามารถที่จะบินไปในที่ๆ ไกลๆ ได้อย่างสะดวก สบายและอิสระ น่าสงสารเจ้านะเกิดมาไม่มีปีก มีแต่ขาก็กรรมมากพออยู่แล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถที่จะเดินได้อย่างอิสระเสียอีกอย่างที่ข้าได้เห็นนี่น่ะ" ว่าทิ้งทายแล้วผีเสื้อก็กระพือปีกพร้อมทั้งหัวเราะและบินจากไปในที่สุด


นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
          อย่าดูถูกสิ่งที่ตนเห็นว่าต่ำต้อยกว่า เพราะไม่แน่หรอกนะว่าในอนาคตข้างหน้าสิ่งนั้นอาจจะกลับมาหัวเราะเยาะให้ต้องเสียใจก็อาจเป็นไปได้

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น